วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครบ 36 พรรษา

ประวัติความเป็นมา
                ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครบ 36 พรรษา เป็นหน่วยงานสังกัดสำนักคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนยฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครบ 36 พรรษา ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาคน โดยการเพิ่มทักษะอาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้มีความรู้ มีทักษะอาชีพ มีแนวทางการประกอบอาชีพอย่างเท่าเทียมกันในสังคม รวมทั้งสามารถดำรงตนในสังคมได้อย่างมีคุณค่า และศักดิ์ศรี
               และจากแนวคิดดังกล่าว ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครบ 36 พรรษา จึงได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 เพื่อจัดสวัสดิการด้านการฝึกอาชีพให้แก่กลุ่มเยาวชนและสตรีในภาคตะวันออก โดยก่อสร้างในพื้นที่ดิน 55ไร่ ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งได้รับบริจาคในการก่อตั้งเริ่มแรกจากศาสตราจารย์ฉลวย มะกรสาร เป็นมูลค่า 10ล้านบาท ที่เป็นตัวอาคารพร้อมอุปกรณ์ จำนวน หลัง
            เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชันษา ครบ 36 พรรษา จึงได้กราบทูลถวายเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ และขอพระราชานุญาตใช้ชื่อศูนย์ว่า ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครบ 36 พรรษา” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงมีพระเมตตายิ่ง ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ เมษายน 2534 และเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม2535 และได้เปิดดำเนินการฝึกอาชีพนับแต่นั้นมา
วิสัยทัศน์ :
"ศูนย์ฝึกอาชีพที่มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูง กลุ่มเป้าหมายพึ่งตนเองและเลี้ยงดูครอบครัวได้บนพื้นฐานความพอเพียง และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน"
วัตถุประสงค์ :
         - เพื่อให้บริการฝึกอาชีพสาขาต่าง ๆ แก่ประชาชนที่มีฐานะขาดแคลนด้อยโอกาสทางสังคม และไม่มีทุนทรัพย์ที่จะศึกษาต่อ ให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพ และนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเองและครอบครัว
         - เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีคุณภาพทั้งด้านร่างกายจิตใจ และปัญญา ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
         - เพื่อป้องกันปัญหาการใช้แรงงานเด็กในทางที่ผิดกฎหมาย และเสื่อมเสีย ศิลธรรม ปัญหาการว่างงาน และปัญหาสังคมอื่นๆ
         - เพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในชนบท อันเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนาประเทศ
กลุ่มเป้าหมาย :  เยาวชน - ประชาชน ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๔ - ๓๕ ปีขึ้นไป ที่มีฐานะยากจนขาดแคลน   
                          และผู้ว่างงานต้องการฝึกอาชีพ เพื่อเป็นรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว  จบการศึกษา 
                          ภาคบังคับ  เป็นผู้มีความประพฤติดีมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดต่าง ๆภาคตะวันออก
                          และจังหวัดใกล้เคียง
อ้างอิงhttp://www.svtc.go.th/th/index.php

โครงสร้างองค์กร ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

ตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ 


องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
โครงสร้างดังกล่าวเป็นโครงสร้างแบบ Line and Staff Organization
เพราะ  เป็นรูปแบบการจัดการโครงสร้างสำหรับหน่วยงานใหญ่ ซึ่งลำพังผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีรูปแบบของคณะกรรมการต่างๆเข้ามาช่วยควบคุมการทำงานโดยมีอำนาจทางอ้อมใน การดำเนินการนั้นๆ

        สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
                เฉลิมพระเกียรติ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
























                               โครงสร้างดังกล่าวเป็นโครงสร้างเป็นแบบ Line Organization
เพราะเป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างตามงานที่รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่กันเป็นขั้น ๆจากระดับสูงสุดไปจนกระทั่งต่ำสุด

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบ การศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย                ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดตั้ง ซึ่งสามารถจัดประเภทโดยยึดรูปแบบการจัดการศึกษา ได้ดังนี้                1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน                หมายถึง หน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่  ศูนย์สื่อการศึกษา หรือหน่วยบริการสื่อการศึกษา, ศูนย์โสตทัศนศึกษา หรือหน่วยโสตทัศนศึกษา, ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา หรือหน่วยเทคโนโลยีการศึกษา, ศูนย์วิทยาการหรือสถาบันวิทยบริการศูนย์ทรัพยากรการศึกษา หรือศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้                2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ                เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพศูนย์การเรียน เป็นต้น                3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย                เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นต้น
2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร  จงอธิบาย                1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ เน้นการศึกษาตามหลักสูตรการสอน ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะ                2.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จาเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพศูนย์การเรียน เป็นต้น                3.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคลครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภท ละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในระบบ1.1 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ตั้ง : ชั้น ห้อง 300 อาคาร 60 พรรษามหาราชินี (QS 1 ) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
          ต . แสนสุข อ . เมือง จ . ชลบุรี 20131 โทรศัพท์ (038) 745900 ต่อ 2080
          ต . แสนสุข อ . เมือง จ . ชลบุรี 20131 โทรศัพท์ (038) 745900 ต่อ 2080กลุ่มเป้าหมาย : ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มีหน้าที่ส่งเสริมงานด้านการเรียนการสอน และ            ค้นคว้าวิจัยสำหรับคณาจารย์ นิสิต และบุคลากรคณะศึกษาศาสตร์อ้างอิง http://www.edu.buu.ac.th/lrc/index2.html
1.2 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพาที่ตั้ง : สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา 169, ถนนลงหาดบางแสนต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี,    
           รหัสไปรษณีย์  20131, 20130กลุ่มเป้าหมาย :  คณาจารย์ นิสิต และบุคลากรมหาวิทยาลัยบูรพาอ้างอิง : http://www.lib.buu.ac.th/webnew2/
1.3  ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ตั้ง ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา ห้อง 3-205   อาคารศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา
          คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
          คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กลุ่มป้าหมาย : คณาจารย์ นิสิต และบุคลากร ในสังกัดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อ้างอิง : http://www.edu.ku.ac.th/centershow.asp?id=1
2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นอกระบบ
2.1 ศูนย์การเรียนรู้ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ตั้ง โรงบำบัดน้ำเสียส่วนกลางนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง  49/19 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา                                                     จ.ชลบุรี กลุ่มเป้าหมาย บุคคลทั่วไปอ้างอิง http://www.gusco.co.th/gusco_new/rcy_lcb/Rcy_plant_LCB.asp
2.2  ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ และศูนย์สาธิตและส่งเสริมงาน         ศิลปาชีพ ภาคเหนือที่ตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาคเหนือ ถนนแม่ริม  ต.แม่สา อ.แม่ริม  จ.เชียงใหม่ 
กลุ่มเป้าหมาย : สำหรับเยาวชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป
อ้างอิง http://www.northernstudy.org/2.3 ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครบ 36 พรรษาที่ตั้ง :  เลขที่ 104 ม.ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
กลุ่มเป้าหมาย :  เยาวชน - ประชาชน ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๔ - ๓๕ ปีขึ้นไป ที่มีฐานะยากจนขาดแคลน  และผู้ว่างงานต้องการฝึกอาชีพ เพื่อเป็นรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว  จบการศึกษา ภาคบังคับ  เป็นผู้มีความประพฤติดีมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดต่าง ๆภาคตะวันออก และจังหวัดใกล้เคียงอ้างอิง http://www.svtc.go.th/th/index.php
3.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ตามอัธยาศัย

3.1 สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ตั้ง 169 ถ.ลงหาดบางแสน  ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131
กลุ่มเป้หมาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
 อ้างอิง :  http://www.bims.buu.ac.th/Pages/index3.aspx
 3.2  องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่ตั้ง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  ถ.รังสิต-นครนายก  ต. คลองห้า  อ. คลองหลวง    จ. ปทุมธานี 12120  กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป อ้างอิง http://www.nsm.or.th/nsm2012/index.php
 3.3 พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ที่ตั้ง เขาหมาจอ  ต.แสมสาร  อ.สัตหีบ  จ.ชลบุรี กลุ่มเป้าหมาย เยาวชนและประชนทั่วไป อ้างอิง : http://www.tis-museum.org/

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา



 เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชดำเนินมาเปิดศาลพระบวรราชานุสาวรีย์ ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ที่นั้น ราษฎร ๗ ราย ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน บริเวณหมู่ ๒ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน ๒๖๔ ไร่ เพื่อต้องการให้สร้างพระตำหนัก ด้วยเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปที่ไหนก็พยายามที่จะพัฒนาทำให้ที่ดินเจริญขึ้น เนื่องจากผืนดินเสื่อมโทรมไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังพระราชดำรัส
...ประวัติมีว่า ตอนแรกมีที่ดิน ๒๖๔ ไร่ ที่ผู้ใหญ่บ้านให้เพื่อสร้างตำหนัก ในปี ๒๕๒๒ ที่เชิงเขาหินซ้อนใกล้วัดเขาหินซ้อน ตอนแรก ก็ต้องค้นคว้าว่าที่ตรงนั้นคือตรงไหน ก็พยายามสืบถามก็ได้พบบนแผนที่พอดี อยู่มุมบนของระวางของแผนที่ จึงต้องต่อแผนที่ ๔ ระวาง สำหรับให้ได้ทราบว่าสถานที่ตรงนั้นอยู่ตรงไหน ก็เลยถามผู้ที่ให้ที่นั้นนะ ถ้าหากไม่สร้างตำหนัก แต่ว่าสร้างเป็นสถานที่ที่จะศึกษาเกี่ยวกับ การเกษตรจะเอาไหม เขาก็บอกยินดี ก็เคยเริ่มทำในที่นั้น...
    การดำเนินงานของศูนย์ฯ เขาหินซ้อนฯ ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ดินทรายจัดเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งมีรูปแบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ ณ ที่แห่งเดียวในทุกสาขาวิชาชีพ เสมือน ”พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จในด้านการเกษตรกรรม และการพัฒนาอาชีพ เพื่อเป็นต้นแบบ และแนวทางให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติในพื้นที่ต่อไป โดยเฉพาะหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน ๑๕ หมู่บ้าน เนื้อที่ ๑๑๓,๒๑๔ ไร่